ค่ำคืนที่เว้นั้นถูกในโนริโกะมากๆเลยล่ะค่ะ

หมู่เฮาเหล่านักเดินทางชาวไทย หลังจากอิ่มหมีพีมันกับอาหารที่ร้าน"ลุงใบ้" Lac Thanริมแม่น้ำเจ็ดสี ร้านมหัศจรรย์ที่มีโชว์เปิดขวดพิศดาร (จนร้านแถบนั้นเลียนแบบกันใหญ่)นอร์ธไปเซ็นคำสัญญาไว้ที่สมุดเยี่ยมของร้านว่า "คราวหน้าจะมากินฟรี" ด้วย (555555) ตกค่ำทุกคนยกเว้พี่เอก(ที่เหนื่อยจนหมดสภาพ อยากนอนเป็นที่สุด)ก็คึก พากันไปเริงราตรีชมบรรยากาศยามค่ำคืนที่แม่น้ำเจ็ดสี แสงตอนค่ำคืนที่แม่น้ำเจ็ดสีนั้น พวกเราพยายามจะดูให้ออกว่ามันเจ็ดสีตรงไหน เพราะดูๆไปก็เห็นแต่สีจากไฟของร้านอาหารริมแม่น้ำ ดิชั้นเลยอนุโลมว่า สงสัยจะเป็นแสงพวกนั้นแหล่ะ เขียวแดงเหลืองเขียวแดงเหลืองเขียว นับๆไป ครบเจ็ดสีพอดี (มั่วไปซะงั้น) นอกจากร้านอาหารริมแม่น้ำที่เรียงรายอยูมากมายแล้ว เราก็ได้เห็นวิถีชีวิตของชาวเว้ค่ะ มีปูผ้าขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยว หนุ่มๆแรงดีลุกขึ้นมาตั้งวงเตะลูกขนนก อารมณ์ประมาณคล้ายๆเตะตะกร้อบ้านเราน่ะแหล่ะ และที่สำคัญ! โนริโกะได้ค้นพบความลับHotๆของหนุ่มสาวเวียดนามที่นี่!!

ริมสายน้ำเป็นสถานที่พิเศษสำหรับคู่รัก!!!

โนริโกะมองเห็นรัศมีรูปหัวใจสีชมพูครอบแต่ละคู่เอาไว้เลยล่ะค่ะ!!!

จริงๆนะ นั่งจู๋จี๋กันเป็นคู่ๆ หวีดแหววๆแบบไม่สนใจคนเดินไปเดินมาเลยอ่ะ ริมแม่น้ำทุกๆสิบเมตร!! (บางแถบอาจจะถี่หน่อย)

ดิชั้นก็ตาโตค่ะ อู๊วววว ซี๊ดดดถ้ามีแบบนี้ที่เมืองไทย ป้าเบียบออกมาเล่นงานแน่ 55555

ไม่ใช่แค่ที่เว้นะคะ แต่มีแบบนี้ทุกเมืองค่ะ ขอย้ำ ทุกเมือง!! ทุกเมืองที่เราไป มีทะเลสาบ มีแม่น้ำ จะต้องมีคู่รักนั่งจู๋จี๋กันทุกคืนค่ะ

โนริโกะว่ามันเป็นการแสดงออกซึ่งเสรีภาพทางเพศนะ ล้ำมาก คิดเอาเองนะว่า วิถีปฏิบัติเช่นนี้น่าจะมีมานานแล้วล่ะ คงไม่ใช่การรับพฤติกรรมต่างชาติตะวันตกอะไรมาหรอก เพราะเท่าที่ศึกษามา มันก็มีเรื่องของ Love Marketนะ (ไว้จะเล่าให้ฟังเมื่อไปถึงซาปา) คิดว่าคนหนุ่มสาวเวียดนามคงไม่รู้สึกว่าเรื่องทางเพศเป็นเรื่องน่าอาย และต้องปิดๆบังๆ จึงสามารถแสดงออกกันได้อย่างไม่เคอะเขิน การแสดงออกซึ่งความรักความใคร่จึงมีได้โดยไม่มีใครคิดว่าเป็นเรื่องผิด นี่เป็นบทเรียนนึงเกี่ยวกับเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรมสำหรับเราเลยล่ะ (โนริโกะก็วิชาการเป็นนะคะ ไม่ใช่จะทำหน้าติดHตลอดเวลา 55555)

เป็นค่ำคืนที่วิเศษมาก ลมก็เย็นสบาย แม่น้ำที่เว้กว้างใหญ่และสวยมากกกกกก พวกเราเดินขึ้นไปบนสะพานข้ามแม่น้ำเจ็ดสี มุมมองจากด้านบนลงไปด้านล่าง เห็นเรือของร้านอาหารหลายๆเจ้ากำลังล่องออกมาให้ลูกค้าได้ปล่อยกระทงสายตอนกลางคืน คล้ายๆลอยกระทง โนริโกะแอบมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เอ๊ะ ไม่ยักกะมีพระจันทร์เต็มดวงซักดวง ทำไมลอยกระทงมาถึงเร็วจังหว่า? เดินๆๆๆและถ่ายรูปกันจนเหนื่อย ก็แวะพักหาอะไรเย็นๆกินที่ร้านรถเข็นริมแม่น้ำ พี่หนูอยากกินน้ำอ้อย แต่ปรากฏว่าหมด สายตาเหลือบไปเจอน้ำฟักแทน! เป็นน้ำฟักกระป๋องที่จากการค้นข้อมูลกินเที่ยวของพี่หนูพบว่า พลาดไม่ได้ พวกเราเลยจัดปาร์ตี้น้ำฟักมันริมแม่น้ำเว้วันนั้นล่ะค่ะ

ขอบอกว่า ไปเวียดนาม อย่าลืมกินน้ำฟักกระป๋อง ยี่ห้อWonderฟัก เอ้ย!! Wonder farmนะก๊ะ

วันรุ่งขึ้น รถจากทัวร์มารับที่โรงแรมตรงเวลาเป๊ะ! พวกเราโบกมือลาคุณลุงพ่อครัวหนวดผู้แสนน่ารักด้วยใจอาลัย เพื่อมุ่งหน้าสู่ฮอยอัน ฉันรักเธอค่ะ

พี่หนูกับน้องบิ๋ม หม่ำๆอาหารเช้าที่โรงแรม มุมโน้นคือน้องทรัพย์ กำลังเช็คเมลล์ ดรงแรมทุกโรงแรมในเวียดนาม มีอินเตอร์เน็ตค่ะ! (จริงๆถ้าจะพูดให้ถูกคือ มีทุกบ้านเลยมั้ง รัฐเค้าน่าจะสนับสนุนมั้ง)

โรงแรมที่ฮอยอันที่เราได้พัก สวยมากๆ มีบันไดเวียนด้วย เป็นโรงแรมสไตล์โคโลเนียล แต่พนักงานอัธยาศรัยไมตรีน่ารักสู้โรงแรมที่เว้ไม่ได้เลย แต่ก็ช่างเถอะ เช็คอินเสร็จ ก็ได้เวลาเดินทัวร์รอบเมืองฮอยอันแล้ว!!แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้อง พวกเราไปร้านอาหารเจ้าอร่อยตามที่พี่หนูได้ค้นข้อมูลมา.....อร่อยมากกกกกกก มีข้าเกรียบปากหม้อ กุ้งพันอ้อย อร่อยสุดๆ และที่สำคัญคือก๋วยเตี๋ยวที่ชื่อ Kao lao (อ่านเหมือนเกาเหลา) ร้านนี้มีคนไทยมาฝากลายเว็นเยี่ยมไว้เต็ม

ฮอยอันเป็นเมืองเก่า ที่ดูจะได้รับอิทธิพลจีนมากมากๆๆๆๆ นอกจากนั้นยังมีอิทธิพลญี่ปุ่นด้วยล่ะค่ะ

สวยจัง รูปนางฟ้า

ดอกอะไรก็ไม่รู้ สวยดี เป็นพวงๆห้อยลงมาจากต้น

ลิลลี่สีแดง ชอบจัง ประทับใจมาก เดี๋ยวจะเอาไปใส่ในฟิค 5555

เฮียเอกเต๊ะท่าตามเจ๊สั่ง

จ๊ะเอ๋

ในรูปคือพี่หนูBefore (ก่อนทำ) ส่วนที่ยืนอยู่ข้างๆคือ พี่หนูAfter (หลังทำ)

บรรยากาศแม่น้ำฮอยอันตอนบ่ายๆค่ะ

น้องหมาขนฟู(แอบมอม)ที่ร้านคุณยายขายนกหวีด

ภายในบ้านโบราณที่เจ้าบ้านเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม พี่สาวเจ้าของบ้านเป็นไกด์เอง น่ารักมากๆเลย

พี่เอกกับเกี้ยว

เหมือนว่ะนอร์ธ โคตรเหมือนเลย

เจ๊นักดนตรีในโรงละคร เล่นเครื่องดนตรีหน้าตาแปลกๆแต่เสียงไพเราะดีค่ะ ท่าทางเค้าเล่นมีความสุขมากเลย

จ๊ะเอ๋ ฉานคือซาชิกิ วาราชิ

เดินมากๆแล้วเหนื่อยว่ะ แฮ่กๆๆๆ นอร์ธตอนหมดสภาพ

พี่หนูสู้ตาย!!

น้องทรัพย์มุมนี้ ได้อารมณ์เหมือนองค์หญิงมาก

น้องโหล่ว หมาน้อยร่าเริงหน้าตาสู้กล้องที่เราพบ ไม่กี่ตัวในเวียดนาม

ระหว่างนั่งพักเหนื่อยที่ศาลเจ้า ดิชั้นก็ปาปารัซซี่รูปนี้มา 55555

น้องทรัพย์เหนื่อยจนหมดแรงถ่ายรูปคน ถ่ายรูปหนอนดีก่า

ดิชั้นก็เดินจนเมื่อตีงค่ะ

ตกค่ำ ไปหาของกินที่ร้านอาหารริมแม่น้ำฮอยอัน เป็นร้านอาหารทะเลค่ะ ได้วิวตรงระเบียงพอดี วู้ว

กินอาหารเสร็จ มันก็ต้องตบท้ายด้วยของหวาน เราเลยยกขบวนแห่ไปที่ร้านเค้กหน้าตาดีร้านหนึ่ง ร้านนี้นี่เอง

หนุ่มสาวกับบรรยากาศในร้าน

เม้าท์หน่อยตอนแรกพวกเราสั่งบราวนี่มากิน ชิ้นเบ้งเลยค่ะ แต่รสชาตินี่ สู้เชอรูแบงไม่ได้เลย กินไปบ่นกันไป ไม่อร่อยเลยเนอะ งู้งี้ๆ สรุป...

.....

......

หมด นี่คือเศษซากอารยธรรม

ไม่หนำใจ สั่งมูสช็อคฯมากินอีกจาน เอาเข้าไป ไหนว่าไม่อร่อย

พยายามจะสวยกับดคมไฟหน้าร้าน แต่ถ่ายออกมาแล้วมันเหมือนผีเฝ้าหน้าร้านมากกว่า เวงกำ

กลับโรงแรมพร้อมพุงอ้วนปริกันเป็นแถว เช้าวันรุ่งขึ้น เราก็...."กิน" (เฝอริมถนนค่ะ ได้ใจมาก)

พอกินอิ่ม เราก็ต้อง....นอนค่ะ!

ทิ้งท้ายด้วยรูปสวยง่วงๆของพี่หนู ตอนหน้าพบกันในตอน ทุกข์ระทมบนรถทัวร์ค่ะ!!!

Comment

Comment:

Tweet

ดอกไม้สีม่วงๆ หน้าตาละม้ายๆ พวกพืชตระกูลถั่วเลย สวยจัง ^ ^ ชอบลิลลี่แดงมากมาย...จะไปโผล่ในฟิกพี่โนสินะ..จะรอดู

พี่โนเป็นซาชิกิ วาราชิ...แล้วมีวาตานุกิให้ปิ๊งรึยังเนี่ย....อิอิ จะรอดูรีพอร์ทตอนต่อไปค่า

#3 By Kagaribi No Hanabira on 2007-04-28 18:27

โอ้โห พี่โนไปเวียดนามมาเหรอคะ*0*
โคยุเพิ่งกลับจากเกาะช้างเอง
เวียดนามยังไม่เคยไปเลย ดีจังที่พี่ไปแล้วถ่ายรูป+รีพอร์ทมาละเอียดเลย
วันหลังไปม่างฮี่ๆ

#2 By Koyuki hime on 2007-04-27 13:33

ขอฟ้องๆ รูปที่คุณชายหมดสภาพนี่ ต้องแอ็กให้ถ่ายนะคะ เพราะไม่เห็นจะหมดสภาพจริงๆซักที

อ่านแล้วก็คิดถึงตอนอยู่เวียดนามเนาะ หนุกหนานๆ

ปล. มีมาปาปารัซซี่เราด้วยนะ

#1 By บิ๋ม (125.24.92.173) on 2007-04-27 10:37