น้องหมาชเนาเซอร์ที่พ่อเราส่งมาให้เลี้ยงแบบไม่ตั้งตัวตัวนั้น...

เราตั้งใจจะเลี้ยงเค้าให้ดีที่สุด ถึงเราจะต้องเลี้ยงหลานไปด้วย ทำป.โทไปด้วย แต่เราก็อยากให้มีมี่ที่เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้านเรา ได้มีความสุขที่สุด
เรามั่นใจว่า เราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดทุกอย่างให้เค้า พาไปหาคุณหมอ ฉีดยาตามกำหนด ให้อยู่คอกที่สะอาด อาบน้ำทุกอาทิตย์ ทุกเช้าเราจะพาเค้าออกไปวิ่งเล่นที่สวนหิน เค้าจะชอบขุดดิน เราก็ไม่ว่าอะไร อาหารเสริมอะไรที่ว่าดี อาหารเม็ดที่เหมาะกับเค้า เราพยายามหามาให้ได้ทุกอย่าง

เค้าเข้ากับพี่หมาพุดเดิ้ลสองตัวเดิมที่บ้านไม่ค่อยได้ แต่ก็พยายามจะเข้าหาเค้าตลอด ถูกขู่บ้าง ถูกฮึ่มๆใส่ทำท่าจะกัดบ้าง มีมี่มันไม่เคยท้อเลยค่ะ พยายามขอเค้าไปเล่นด้วยตลอด เค้าเป็นหมาที่ร่าเริง สดใส ชอบกระโดดโลดเต้น ชอบสำรวจรอบบ้าน ชอบเล่นกับหลานของเรา จะวิ่งวนรอบๆตัวเราทุกครั้งที่เราอุ้มน้องอิ๊นท์ออกไปเดินเล่น ทำให้หลานเราหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ เราเพิ่งสอนให้มันนั่งลงตามคำสั่ง สอนให้ให้มือ สอนให้ยืนสองขาวนไปรอบๆได้....

ตอนนี้....น้องเค้าจากไปแล้วล่ะค่ะ....

เรื่องมันเกิดจากความผิดของเราเอง..เราอดคิดไม่ได้ว่า เพราะเราประมาทเอง เมื่อวันพุธที่ผ่านมาเราปล่อยเค้าไปวิ่งเล่นตามปกติ ตอนประมาณช่วงบ่ายสอง แล้วเราก็กลับเข้าบ้านไปดูหลาน เพราะวันนั้นโยเยมาก
หลานร้องไม่หยุด นมก็ไม่กิน เราก็เลยพาไปลงรถเข็นออกไปเที่ยวหน้าบ้าน ปากก้ร้องเรียก "มีมี่ๆ มาเล่นกับน้องอิ๊นท์เร้วว" แบบทุกครั้ง

แต่ครั้งนี้เค้าไม่มาตาเสียงเรียกของเรา
เราก็ไม่เอะใจอะไร คิดว่าคงไปวิ่งเล่นหลังบ้านมั้ง แล้วเราก้อุ้มหลานเข้าบ้าน

เวลาผ่านไป ประมาณสามโมงครึ่ง ยายเราพาหลานไปนั่งรับลมหน้าบ้าน เรากำลังคิดว่าเดี๋ยวจะอาบน้ำหลาน แล้วก็เอามีมี่เข้าบ้านดีกว่า เพราะลมมันเย็นมาก เราก็เรียกหามัน
แต่มันก้ไม่มา เรียกเท่าไหร่ มันก็ไม่มาหาเราอย่างทุกครั้ง

เราก็รีบตามหา เดินตามหารอบบ้าน ปากก็ร้องหามัน ที่ไหนๆ ก็หาไม่เจอ เราเลยวิ่งออกไปตามหานอกบ้าน ซอยเรา ซอยใกล้ๆ ก็หาไม่เจอ เรากลัวมาก คิดว่าหมาเราอาจจะถูกลักพาตัว?? คุณตาเราจะเอารถออกแล้ว พอสตาร์ทรถ ตรงกำแพงโรงรถบ้านเรา จะมีแนวกระถางต้นไม้ เราเห็นอะไรดำๆขนๆ ปรากฎว่าเป็นมีมี่เอง มันติดอยู่ระหว่างกระถางต้นไม้กับกำแพงแล้วคงออกมาไม่ได้

เราก็รีบวิ่งไปยกกระถางต้นไม้ออก อุ้มมันมาปลอบๆ มันนิ่งมาก ก็เอามันไปอาบน้ำจนสะอาด ไดร์ขนจนแห้ง แล้วก็พาเข้าบ้าน มันก้นิ่งมากๆ ข้าวไม่ยอมกิน น้ำไม่ยอมกิน เราก็พยายามป้อน มันก็บ้วนทิ้ง ตกดึกพี่ชายเราลงมาชงนมให้หลาน บอกว่า "มี่มันเป็นอะไรไม่รู้ ไม่ยอมนอน พี่เห้นมันนั่งอยู่แบบนั้นอ่ะ" เราก็ออกไปดู เ็ห็นมันนั่งแบบนั้น ตาเหม่อๆ เราก็เข้าไปอุ้มมัน ปลอบมัน แล้วจับให้มันนอน หันไปมองมัน มันก็ยังมอง ตาไม่ได้หลับ

เราไม่สบายใจเลย เช้ารุ่งขึ้น มันก็ยังนิ่งๆ จับดูจมูกแห้งๆ เราเลยเอาวิตามินเจลที่หมอให้ไว้แต้มที่จมูกให้มันกิน มันก็กินไปแบบนั้น เห็นลิ้นซีดๆด้วย เราไม่เคยเห็นตัวอื่นที่บ้านเป็นแบบนี้ พอดีคลีนิคแถวบ้านที่พาเค้าไปประจำยังไม่เปิด จะเปิดก็เย็น เราก็เลยนั่งอุ้ม นั่งปลอบมันไปเรื่อยๆ คิดว่าคงจะช็อค เมื่อวานคงจะร้องเรียกอยูานานจนหมดแรง ก็เลยกลัว พอพี่ชายกลับมาที่บ้านตอนเย็น เราก็เลยรีบพามันไปหาหมอ คุณหมอก็ดูแล้วบอกว่า คงจะช็อค แล้วที่ลำตัวพอจับๆดูเค้าเจ็บ หมอก็ฉีดยาให้สองเข็ม ให้ยามากิน ปลอบเราว่า เดี๋ยวก็คงจะดีขึ้น

วันต่อมา เค้าก็ดีขึ้นจริงๆ ลุกขึ้นมายืนรอเรา แต่พอพาไปเดินเล่น กลับไม่ยอมเดิน ข้าวก็กินบ้าง น้ำก็กินได้ เราชื้นใจขึ้น
เราไม่คิดเลยว่า พอสองทุ่มกว่าๆ ตอนที่นั่งอยู่ในคอก มองเรา พอเราอุ้มเค้ามาเพื่อจะกินกินยา เค้ายังลุกขึ้นมายืน เดินตามเรา เราอุ้มเค้ามานั่งที่ตัก บอกเค้าว่า "มีมี่กินยานะคะ จะได้หายนะ จะได้กลับมาวิ่งเล่นได้เหมือนเดิมนะ" เค้ากินยาอย่างว่าง่าย หมอให้ยามาสองอย่าง...

เราไม่คิดเลย...พอเ้ค้ากลืนยาเม็ดสุดท้าย เค้าจะล้ม
ล้มแบบหมดเรี่ยวแรง ฉี่นองพื้นไปหมด

เราตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก ก็โทรไปหาคุณหมอคนเดิม คุณหมอก็ตกใจ บอกเราว่ารีบพาไปรพ.สัตว์ที่ใกล้ที่สุดเดี๋ยวนี้เลย เพราะที่คลีนิคไม่มีเครื่องให้อ็อกซิเจน พี่ชายเราก็อุ้มมันไปกับพี่สะใภ้ บอกให้เราอยู่ดูหลาน เพราะเรากำลังตกใจร้องไห้ บอกทางไปรพ.ยังไม่ถูกเลย

เราเข้านั่งรอโทรศัพท์ของพี่ชายที่ห้องเค้า หลานกำลังหลับ เราก็นั่งร้องไห้อยู่คนเดียว ไม่รู้นานเท่าไหร่ มันทรมานมากกับการรอข่าว เราตัดสินใจโทรไป พี่เราบอกว่า ตอนนี้หมอเอามีมี่เข้าไอซียูไปแล้ว หมอเค้าบอกแล้วว่าจะช่วยเต็มที่ พอวางสายเราก็ร้องไห้ต่อ โทรไปหาแม่ที่กำลังไปราชการต่างจังหวัด ร้องไห้ไปเล่าให้แม่ฟังไป จนแม่บอกว่าให้เราใจเย็นๆ แม่กำลังหาเครื่องที่เร็วที่สุดที่จะบินกลับมาได้

เราเจ็บใจตัวเองมาก ร้องไห้จนเสียงแทบจะไม่มี เราเข้าใจตอนนั้นเองว่าน้ำตาจะเ้ป็นสายเลือดมันเป็นยังไง เราบอกพี่ชายแล้วว่า ไม่ว่ายังไง ให้โทรมาบอกเราด้วย

ไม่มีโทรศัพท์...

เราทนไม่ไหว เห็นหลานกำลังหลับสนิท เลยลงไปรอหน้าบ้าน รถพี่ชายมาจอดหน้าบ้าน เรารีบไปเปิดประตู พอเอารถเข้าบ้าน พี่สะใภ้เราอุ้มมี่ที่อยู่ในห่อผ้าสีขาว บอกเราว่า
"มี่เค้าไปสบายแล้ว ไม่เป็นไรแล้วนะ...."

เราทำอะไรไม่ได้...ได้แต่ร้องไห้ พี่ชายรีบเอาเราเข้าไปในบ้าน ส่วนพี่สะใภ้ก็ไปหากล่องมาใส่ร่างเค้า ทุกคนช่วยกันปลอบเรา บอกว่ามันไม่ใช่ความผิดของเรา

แต่ลึกๆ...เราก็ยังคิด...ถ้าวันนั้นเี่ราไม่ปล่อยให้เค้าไปเดินเล่น ถ้าเราเดินตามดูมันเหมือนเคย มี่คงไม่ตาย

เมื่อคืน เราร้องไห้จนหลับ พี่สะใภ้ให้เรากินพาราสองเม็ด พอตื่นมาตอนเช้าก็เจ็ดโมงแล้ว เราถามพี่ชายว่า "มี่ล่ะ?"
พี่ชายบอกเราว่า "ไปแล้ว"
พี่คงเอามันไปฝังแล้วแต่เช้า ไม่อยากให้เราไปด้วย เพราะไม่อยากให้เราไปร้องไห้ต่อ แต่นั่นแหล่ะยิ่งทำให้เราต้องร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ร้องจนเสมหะในคอออกมาเป็นเลือด

เรายังไม่ได้กล่าวลาเค้าเลย...

มีมี่...พี่สาวขอโทษนะจ๊ะ ที่ดูแลหนูได้ไม่ดีพอ พี่สาวขอโทษ...ถ้าตอนนี้หนูกำลังวิ่งเล่นอยู่่บนสวรรค์กับเพื่อนๆตัวอื่น ขอให้หนูมีความสุข ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้หนูมาเกิดเป็นลูกหรือเป็นหลานของพี่สาวนะ...พี่สาวจะดูแลหนูให้ดีกว่านี้
ขอโทษนะ...ขอโทษค่ะพ่อ...ขอโทษที่หนูดูแลหมาตัวนี้ได้ไม่ดี...ขอโทษนะคะ...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เข้าใจความรู้สึกของการสูญเสียเลยค่ะ

อย่าโทษตัวเองเลยนะค่ะ

เสียใจด้วยนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ไม่เป็นไรครับ
มี่ คงเข้าใจ
ว่าคุณไม่ได้ตั้งใจ จะให้เรื่องเกิดขึ้น
ให้อภัยตัวเองเถอะครับ เพื่อมันจะได้ไปสบาย

#2 By My Playground on 2007-11-24 15:48

เท่าที่อ่านเรื่องมาก็รู้สึกว่า
โนริก็ให้ความรักและเอ็นดูกับเค้ามากจริงๆ
เพียงเท่านี้มีมี่ก็คงมีความสุขมากแล้วล่ะ
น้องเค้าไปสบายแล้ว อย่าโทษตัวเองเลยนะ

หวังว่าจะได้เจอโนริที่สดใส ร่าเริงในเร็วๆนี้นะจ้ะ

#3 By chaothe on 2007-11-24 19:07

ชีวิตมีกรรมเป็นของตัวเองนะแก ต่อให้เรานั่งเฝ้ายืนเฝ้า ถ้าชะตาชีวิตเค้ากำหนดมาให้น้องมี่อยู่ได้แค่นี้มันก็คงจะหนีกันไม่พ้น น้องมี่เค้ามีบุญมาแค่นี้ ชาติหน้าคงได้ไปเกิดใหม่ในภพที่สบายกว่านี้ ยังไงก็อย่าโทษตัวเองไปเลย ยังไงเราก็ทำดีที่สุดแล้ว ไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหรอก
คงไม่บอกว่าอย่าเศร้าไปเลย หรืออย่าร้องไห้ เราเชื่อว่าถ้าเรารัก หรือผูกพันกับคน กับสัตว์หรือกับอะไรสักอย่างถ้าเสียมันไปมันก็ต้องเสียใจอยู่แล้ว แต่อย่าเศร้านานแล้วกันนะแก ชีวิตยังต้องไปต่ออีกไกล รีบๆกลับไปเป็นคนเดิม ออกมาเฮฮากับพวกเราอีกเร็วๆล่ะ
ตอนนี้ก็ทำบุญ สวดมนต์แผ่กุศลไปให้เค้าบ่อยๆ เชื่อว่าน้องมี่ก็คงจะรับรู้ได้
ขอให้หายจิตตกไวๆนะ

#4 By nuinthelewen on 2007-11-24 19:41

เข้าใจความรุสึกมากเลยอ่ะคะ เพราะว่าเราก้อเคยมีประการ์ณน่ะ เสียใจด้วยนะคะ

#5 By นาคุรุจาง (202.142.194.100) on 2007-11-29 17:38