MouthMouth

 

กลับจากเสนองานที่มช.ไปแล้วค่า ชื่นมื่นไปตามๆกัน

แก้บนที่พระธาตุเรียบร้อย อิๆ

บรรยากาศเชียงใหม่ดีมากๆเลย น่าเสียดายจังที่ต้องกลับก่อน

มีเช้าวันนึงที่อากาศหนาวจนพ่นควันออกมาจากปากได้เลย!! ชอบจัง

เป็นเมืองที่คลาสสิคจริงๆ อยากอยู่ต่ออีกหลายๆวันเลย

ตั้งใจไว้แล้วค่ะว่า ทำวิทยานิพนธ์เรียบร้อยเมื่อไหร่ ต้องไปเยือนอีกให้จงได้!!!

ภูพิงค์คราวนี้ ขนาดกุหลาบยังไม่ออกดอกเต็ม แต่ลุงจนท.ก็ยังอุตส่าห์ชวนเอาไว้ว่าช่วงมค.กพ.                      ให้มาดูดอกไม้บานสะพรั่ง โนตื่นเต้นไปประสาคนชอบดอกไม้ดอกไร่                                                          ยังประทับใจกุหลาบเวียงพิงค์ที่เป็นเถาเลื้อยไปบนซุ้มและเสาไฟไม่หาย                                                    สวยยังกับภาพวาดบนเครื่องเซรามิกแน่ะ

ไฮที เวียงจูออม ยังไม่ได้ไปชิมชา1001 Arabian night แล้วก็ชิมเค้กสุดอร่อยเลย!!

เที่ยวนี้พลาด หนหน้าไม่พลาดแน่!!

 

 

 นอกจากขากลับที่มีมินิฮีโน่เสยท้ายน้องรี่จนบั้นท้ายดุ้งไปหมดกลับมาก็มีเรื่องให้อุทา่น                                 "โอ้หม่ายก้อดดด" อีกครั้ง

แม่เจ้า!! ไม่ใช่พี่ยุ่นเท่านั้นที่มีทไวไท์ในแบบมังกะออกมา

เกาหลีก็มีเยี่ยงกัน!!!

จากhttp://shelf-life.ew.com/2009/07/15/twilight-comic-book-manga/ ค่ะ

 

"For those of you who can’t get enough Edward and Bella, EW can announce

— exclusively — that Yen Press will be publishing Twilight in graphic-novel form, publication date still to be determined. Though Korean artist Young Kim is creating the art, Meyer herself is deeply immersed in the project, reviewing every panel.

Take a close look at the biology-class sketch we’ve obtained (that’s an empty dialogue bubble between their heads, if you’re wondering). What’s interesting to me is that it doesn’t look simply like an artist’s rendering of Kristen Stewart and Rob Pattinson.

In fact, the characters seem to be an amalgam of Meyer’s literary imagination and the actors’ actual looks. The description of Edward from biology class: “His dazzling face was friendly; open, a slight smile on his flawless lips. But his eyes were cautious.” And Bella: “I was ivory-skinned …. I had always been slender, but soft somehow, obviously not an athlete…”

To me, this graphic-novel Bella seems much closer to me to Meyer’s book than to Stewart’s sultry portrayal. The Edward shown is closer to Pattinson, but not a real duplicate; there’s something very winning in the sketch that I don’t see in Pattinson’s all-too-perfect tousled bronze locks and piercing eyes."

ตกใจเลยนะเนี่ย ปกติเคยเห็นเอ็ด-เบลในแบบญี่ปุ่น เช่นนี้ (แอบสปอยล์BD คริๆ)

แลดูกุ๊กกิ๊กกว่า ขณะที่ในแบบเกาหลีดูลายเส้นจริงจังกว่าเนอะ ลองดูปกนิยายเวอร์ชั่นเกาหลีดูค่ะ งามอยู่นะ

เห็นปกก็ชวนให้สอยแล้ว

เล่มสองดูดาร์คขึ้น

เล่มสาม

และเล่มสี่ ที่ภาพสวยคลาสสิคจริงๆ

 ยังคงอินกับอะไรๆืัที่โรแมนติกวินเทจต่อไป ฮุๆๆ

 

ก่อนอื่น~~~

ดิชั้นต้องขอกราบขอบพระคุณอิผึ้่งเพื่อนรัก ที่โทรศัพท์มาชวนไปดูนิวมูนอย่างว่องในครั้งนี้ ประหนึ่งอ่านใจกรูออกเลยว่า กรูกำลังนั่งเหม่อ คิด "ใครก็ด๊ายยย มาชวนชั้นไปดูนิวมูนทีซิ~~~" ทันใดนั้น โทรศัพท์ที่ตั้งริงโทนเป็นเพลงอ๊อดๆเอาไว้ก็ดังขึ้น ฮ่าๆ

"โนจร๊ะ ไปดูนิวมูนกันนนนน"เสียงเพื่อนสาวลันล้ามากกกกกกก

แล้วมีเรอะ อิชั้นจะปฏิเสธ ฮ่าๆๆ ชวนชั้นสิ ชวนช้านนนนนน

คราวนี้ไปดูรอบเสาร์แรกนับแต่พรีเมียร์ไปเมื่อวันพฤ.ที่ผ่านมานี้เลย คนล้านเจ็ดสิบเอ็ดแสนนนนนนน

โรงพารากอน โรงไหนก็เต็ม สุดท้าย เพื่อเอ็ดเวิร์ด (ฮ่าๆ) เลยยอม(ถูกหลอกให้)ซื้อบัตรเติมเงินของโรงหนังไปหลายกะตังค์อยู่ 

ได้โรงเดิมที่มีโคมระย้าเหมื๊อนนนนรอบที่ไปดูทไวไลท์กับอิผึ้งไม่มีผิด ต่างกันที่รอบนี้มีปุ๊ก กับพี่มิยูกิไปดูด้วย

เป็นวันที่"สะเดิดดดด"มากอีกวัน อา่จเพราะเราชอบบรรยากาศแบบคนเต็มโรงแบบนี้ มันได้อารมณ์ร่วมจากคนคอเดียวกันเยอะดี อิๆ

(เสียอย่างเดียวคือ แฟนเกิร์ลสาวๆคะ มารยาทสังคม สมบัติผู้ดีนี่ นิดนึงนะ ตอนเพลงสรรเสริญพระบารมีขึ้นน่ะ สงบนิ่งแป๊บเดียว มันจะตายมั้ยเฮ้อ เพลงจบแล้วค่อยเจรจาต้าอวยจะเปลี่ยนที่อะไรกันใหม่ก็ได้นะ ไม่ต้องรีบขนาด มันแสดงให้เห็นถึงความไม่รู้จักกาลเทศะนะ เสียชื่อแฟนคลับโดยรวมนะ เฮ้อออ จะชอบหนังหรือดารานอก ก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอก แต่ต้องไม่ลืมว่าเราอยู่ในสังคมไทยด้วยนะ)

 (เรื่องแบบนี้...สาวๆหลายคนในโรงตอนนั้นมองข้าม มันชวนเสียความรู้สึกเหมือนกันนะ...)

นั่งๆดูไป แบบไม่อคติว่า ชั้นเป็นแฟนหนังสือมาก่อนนะยะ คือ เราว่าหนังภาคสองนี้ ทำได้ดีขึ้นนะ ทั้งในแง่ของบท การตัดต่อ ไอเดียของภาพ ไม่รู้เพราะว่าเปลี่ยนผกก.ด้วยรึเปล่า

มีคนบอกไว้ว่า ภาคสองของหนังอะไรก็ตาม มักไม่้ต่างจากซุปเน่าๆ (จำขึ้นใจมาก) แต่เราว่านิวมูน ทะลุกรอบนั้นออกมาได้ดีนะ ถึงภาคนี้ รู้ๆกันว่าเจ้าบ๊อกเจคบทเยอะกว่าุคุณชรายเอ็ดอยู่แล้ว แต่ก็ไม่รู้สึกว่าคุณชรายหายไปนาน(เท่ากับตอนอ่านเองในหนังสือ ฮ่าๆ ตอนอ่านได้แต่ภาวนา คุณชร๊ายยยย จะfeel guiltyไปถึงหนายยย กลับมาได้แล้วค่าาาา)

ฉากที่รู้สึกว่าหนังทำออกมาถูกใจเราที่สุดคือ จินตนาการเกี่ยวกับการแสดงออกถึงอารมณ์ของเอ็ดเวิร์ด ที่ดูชัดขึ้นๆ โดยเฉพาะตอนบีบโทรศัพท์แหลกคามือ แววตาปวดร้าวตอนนั้น เฮียร็อบทำได้สุดยอด 

ถ้าไม่นับฉากที่โชว์วีแพ็ค (ฮ่าๆๆๆ)  ก็ชอบเวลานั้นที่สุด

ส่วนเจ้าบ๊อดเจคอบ น่ารักแบบกวนๆ ถ้าเป็นไอ้บ๊อกจริงๆ จะตั้งชื่อว่าไอ้ดื้อ (ฮ่าๆ)

นับวันยิ่งล่ำๆ ถอดเสื้อโชว์นม เอ้ย กล้าม ทีไร แฟนเกิร์ลส่งเสียงอูวววววววให้ลั่นไปหมด (อิชั้นด้วยแหละ) 

หนุ่มเทย์เลอร์ เลาท์เนอร์คนนี้มีข่าวกับเทเลอร์ สวิฟท์ สาวคันทรี่ที่เรากำลังปลื้มเพลงของเธอมากมาย ตอนรู้ข่าวก็งงๆเหมือนกันนะ ว่าคนชื่อเหมือนมาเดทกันได้ไง แต่สาวเทย์ก็มีข่าวคอนเฟิร์มตามสื่อต่างๆในความniceของเธอมากมาย แต่ที่ถูกใจโนคือ อารมณ์ขันที่เธอแสดงในรายการโชว์เมื่อเร็วๆนี้ ด้วยการแซวตัวเองไป เกากีตาร์ไป ร้องไปว่า "If you're wondering that I, am dating the werewolf from twilighter.....(หยุดส่งจูบ แล้วทำเสียงกระซิบ Hi, Taylor" โอย ได้ใจ

เพราะข่าวเดทกันนี่แหละ จากแรกๆเฉยๆกับเจ้าบ๊อก ตอนนี้เลยชอบมันไปเลย เหะๆ

ฉากของเจคที่โนชอบ ไม่ใช่ฉากเข้าหาเบลลาเลย แต่เป็นตอนที่เผยโฉมในคราบหมาป่านั่นที่ใช้โปรโมตกันโครมๆนี่แหละ 

กระโจนใส่ พร้อมแปลงร่างพร้อมปกป้องนายสาว เอ้ย เพื่อนสาว ฮึ่มม โฮ้ก แฮ่ก~~~หมาป่าตัวโตตัวนี้ แหม่ๆ มันน่าเอ็นดู๊ววว ขนาดตอนหูตก เพราะรู้ว่า ไงๆเบลล่าก็เลือกคุณชายแวมไพร์ โถ....

โถๆๆ ไอ้หมาน้อยเอ้ยยยย ขอมือหน่อย ไหนหงายท้องดิ๊ โอ๋ๆ

(นั่นแหละ...ยัยเบลลาคงคิดดีแล้ว ณเวลานั้นว่้า....กอดแวมพ์ไพร์ตัวหอม ย่อมดีกว่า กอดหมาเหม็นมีเห็บ)

เอาเห๊อะ เจคเอ๋ย ของดีกว่าย่อมรอเสมอ จริงป่ะ คริๆ มีแฟนเด็กกว่า สำหรับสังคมชายเป็นใหญ่อย่างเวอร์วุฟอาจจะเหมาะมากกว่ามีแฟนแก่กว่าอยู่แล้วสินะ

แอบปวดใจฉากที่เห็นแผลบนหน้าเอมิลี เฮ้อออ ถึงจะรู้ว่ามันเป็นpoetic justice ก็เถอะนะ แต่การแสดงให้เห็นว่า แผลมันเกิดจากการถูกหมาป่าแฟนหนุ่มที่บ้าจนตบทิ้งรอบไว้ อืม....ลึกๆคิดเสมอไงว่า ถึงจะเป็นหมาป่า และอ้างว่า ยีนส์หมาป่าทำให้มีปัญหาการควบคุมตัวเองก็เถอะ แต่มันสะท้อนออกมาในฉากการแสดงความรักของเอมิลีกับแซมว่า...ผู้หญิงย่อมยึดติดกับความรักที่มีให้ผู้ชายมากกว่าความรักตัวเอง มันดีจริงๆรึ

เหมือนไปๆมาๆ นิยายเรื่องนี้ ก็ยังคงวนอยู่ในกรอบ "ชายซาดิสม์ หญิงมาโซ?"ตอกย้ำภาพเดิมที่ว่า ผู้หญิงจะสังคมไหนบนโลกนี้ ยังคงถูกทำให้เป็นฝ่ายที่ต้องรองรับเสมอ รอ ถูกกระทำ ยอมรับให้อภัย แล้วก็กลับไปวนๆอยู่ในวงจรแบบเดิม

มั้ง?

ไปดูแล้วหาคำตอบกันเองนะคะ  บางทีการเลือกของเบลลาอาจจะดีกว่้าจริงๆ หึๆ

 

สุดท้ายยยย ทิ้งท้ายกับความบ้าคลั่งที่ไม่อาจเปิดเผยของโนรี แต่กำลังจะเผยแล้ว ฮ่าๆๆๆ

ชอบการตกแต่งห้องในเรื่องมากมายยยยยยยย ทนไม่ไหวจนต้องไปสอยปลอกหมอนม่วง ผ้าปูที่นอนม่วงมาแล้ว

ก๊ากก แต่งไปก็ไม่มีแวมพ์หนุ่มคนไหนหลงผิดมากัดคอหรอกย่ะ อันนี้ตระหนักรู้นะคะ ไม่ได้ถูกครอบงำ (แก้ตัวกันป๊ายยยยย)

ปลอกหมอนสีเดียวกับของเราเรย อิๆ คริๆ จ๋วยจัง

อยากได้ผ้าห่มมมมมสีเน้~~~ว่าจะไปหาผ้าฝ้ายดีๆเฉดนี้มาเย็บทับผ้าห่มชมพูซีดจืดจางของเรา อิๆ

รูปเต็มๆค่ะ ช๊อบบบชอบ

 

 

แต่กระนั้น ที่อยากได้มากกว่า.....ก็ยังคงเป็น ไอ้หนุ่มตัวขาวหัวแดงที่คุกเข่าอยู่บนเตียงตะหากล่ะ

คริๆๆๆๆๆ